ด้ายแดงแห่งโชคชะตา

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
ตำนานด้ายแดง

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา หรือตำนานด้ายแดงนั้นหมายถึงโชคชะตาที่เราถูกกำหนดเนื้อคู่ของเรานั่นเอง ด้ายแดงแห่งโชคชะตาเป็นความเชื่อของชาวเอเชียตะวันออกคือแถบจีนเกาหลีและญี่ปุ่น ซึ่งเขาจะมีความเชื่อกันว่าคนเราจะมีด้ายสีแดงผูกอยู่กับตัวที่ถูกผูกเอาไว้กับคนที่มีโชคชะตาเกี่ยวพันกับเรา

แท้จริงแล้วด้ายแดงมีหลายๆ ตำนานด้วยกัน แต่ส่วนมากมักจะสื่อว่าด้ายแดงจะผูกกับใครก็ตามที่มีโชคชะตาเกี่ยวพันกับเรา ไม่ใช่คนรักเพียงอย่างเดียว หรือหมายถึงว่าโชคชะตาเกี่ยวพันกัน เช่นคู่สามีภรรยาที่ไม่มีบุตร และอยากรับบุตรบุญธรรม ทำไมเขาถึงเลือกเด็กคนนี้กัน ซึ่งจริงๆ แล้วมีเด็กมากมายทั่วโลก เขาจึงบอกว่าเขาว่าด้ายแดงแห่งโชคชะตาได้ผูกเราเอาไว้ด้วยกันอยู่แล้ว จึงต้องเวียนมาพบกันไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ก็ตามนั่นเอง บางคนเชื่อว่าด้ายแดงกำหนดไว้ตั้งแต่เกิดแล้วว่าเป็นเนื้อคู่กับใครก็จะมีด้ายแดงเคียงคู่กันมา สุดท้ายไม่ว่านานเท่าไหร่ เพศจะเป็นเพศอะไร ทั้งสองคนก็จะได้มีโอกาสเจอกันและได้รักกันในที่สุด 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา

ในซีรี่ย์เกาหลีหรือญี่ปุ่นก็มีความเชื่อที่คล้ายคลึงกันเพราะว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานนี้นี่เอง แต่อาจจะมีจุดแตกต่างกันเล็กน้อย ตำนานด้ายแดงที่เราคุ้นเคยกันมักจะเป็นแบบด้ายแดงผูกนิ้วก้อย เขาจะเชื่อกันว่าทั้งผู้ชายและผู้หญิงตั้งแต่เกิดจะมีด้ายแดงผูกก้อยกันแล้วก็เชื่อมต่อกัน ซึ่งหมายถึงคู่ชีวิตนั่นเอง

ด้ายแดงมีจุดกำเนิดมาจากประเทศจีน โดยมีความเชื่อว่าด้ายแดงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างชายและหญิงที่เป็นเนื้อคู่กันมาแต่ชาติปางก่อนซึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนแรงอธิษฐานของหนุ่มสาวที่มีความซื่อตรงต่อกันแต่ไม่สามารถครองคู่กันได้ ก่อนที่ทั้งคู่จะตายจากกันจะขอพรจากสวรรค์ให้กลับมาครองคู่กันครั้งในภพชาติต่อไป ฉะนั้นจึงเกิดเป็นความเชื่อที่ว่าคนที่เป็นคู่กันจะเกิดมาพร้อมด้ายแดงที่ผูกไว้ที่นิ้วก้อยของแต่ละฝ่ายซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นอกจากนี้ด้ายแดงยังมีความยาว 2 รอบของโลก ซึ่งจะค่อยๆ หดกลับเข้าหากันเพื่อให้หนุ่มสาวได้กลับมาเจอกันและจะขาดออกจากกันเมื่อทั้งคู่ตายจากกันไปนั่นเอง

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
จุดกำเนิดของด้ายแดง

นอกจากนี้ยังมีตำนานเกี่ยวกับเฒ่าจันทราซึ่งเป็นเทพผู้เดียวที่สามารถมองเห็นด้ายแดงของมนุษย์และสามารถตัดด้ายแดงให้ขาดออกจากกันได้ ในสมัยราชวงศ์ถังมีชายคนหนึ่งนะเหว่ยกูซึ่งเป็นหนุ่มรูปงามและมีฐานะ วันหนึ่งเขาได้พบกับชายแก่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เขาได้เข้าไปถามว่ากำลังอ่านหนังสืออะไร ชายแก่ได้ตอบกลับมาว่ากำลังอ่านตำราการแต่งงานของชาวโลกอยู่ เหว่ยกูไม่เชื่อชายแก่คนนั้นและคิดว่าชายแก่คนนั้นเพ้อเจ้อ (จริงๆ แล้วชายแก่คนนั้นคือเฒ่าจันทรา) เขามีหน้าที่เป็นพ่อสื่อนำความรักให้แก่มนุษย์ เฒ่าจันทราจะผูกด้ายแดงไว้ที่มือของชายหญิงที่เป็นเนื้อคู่กัน เมื่อถึงเวลาจะได้แต่งงานกัน ไม่ว่ามีอุปสรรคขวากหนามมากมาเท่าไหร่ก็ตาม ด้ายแดงจะค่อยๆ ขยับเข้าหากันเพื่อให้คนรักได้พบกันเร็วยิ่งขึ้น ถ้าเฒ่าจันทราเห็นว่าความรักครั้งนี้ไม่เหมาะสม เขาจะใช้กรรไกรตัดด้ายแดงนั้น ทำให้หมดสิทธิ์รักกัน 

ด้ายแดงแห่งโชคชะตา
ตำนานเฒ่าจันทรา

เหว่ยกูรู้สึกสนใจจึงถามเฒ่าจันทราไปว่าแล้วคู่ครองของตนเป็นคนอย่างไร เฒ่าจันทราจึงพาเหว่ยกูไปหาเนื้อคู่ เฒ่าจันทราชี้ให้เหว่ยกูดูลูกสาวของแม่ค้าในตลาด พร้อมกับบอกว่านั่นแหละคือเนื้อคู่ของเจ้า เหว่ยกูรู้สึกโมโหที่เนื้อคู่เป็นเพียงคนจน เขาจึงให้คนรับใช้ไปฆ่าเด็กน้อยคนนั้น เมื่อเวลาผ่านไปเหว่ยกูมีการงานที่มั่นคง และเจ้าเมืองได้ยกลูกสาวให้ เขาคิดว่าเขารุ่งเรืองเป็นอย่างมากและนึกถึงเฒ่าจันทรานั้นเป็นเป็นคนลวงโลก

หลังจากครองคู่กันได้ระยะหนึ่งเหว่ยกูสังเกตเห็นที่หน้าผากของภรรยามีรอยบากอยู่ เขาจึงถามนางว่าได้แผลมาได้อย่างไร นางจึงได้เล่าความจริงให้ฟังว่าที่จริงแล้วนางเป็นลูกของแม่ค้าจนๆ และแม่ของเธอถูกฆ่าตาย แถมคนที่ฆ่าแม่ยังเอามีดมากรีดหน้าผากของเธอแล้วจากไป จากนั้นเจ้าเมืองผ่านมาเห็นเหตุการณ์พอดี เขาจึงอุปการะนางเป็นลูก เมื่อฟังจบเหว่ยกูรีบถามคนรับใช้ที่จ้างให้ไปจัดการแม่ค้าและลูกเมื่อตอนนั้น คนใช้สารภาพว่าเขาทำใจฆ่าเด็กน้อยคนนั้นไม่ได้ จึงใช้มีดกรีดทำสัญลักษณ์ไว้บนหน้าของเธอ เมื่อเหว่ยกูทราบเรื่องทั้งหมด เขาจึงรู้ว่าที่เฒ่าจันทราบอกไว้เป็นความจริงทั้งหมด เขาจึงทำการขอขมาภรรยาและแม่ของนางก่อนที่จะครองรักกันไปอย่างมีความสุข 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : QuotesAboutSmile และ keywordsfun

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *